Request For Comment
1. ท่านเรียนรู้อะไรบ้างจากการฝึก Juggling
ผมเรียนรู้หลายอย่างจากการฝึก Juggling ครับ
- สมาธิ ในการเล่น Juggling ผู้เล่นจะต้องมีสมาธิอยู่กับการโยนลูกตลอด ทำให้สมาธิของผู้ที่เล่น Juggling ยาวนานขึ้นได้ นอกจากนี้ยังทำให้จิตใจสงบนิ่งลงอีกด้วย ซึ่งเกิดมาจากการที่เรามีสมาธิ
- ความพยายาม แน่นอนว่าทุกๆ อย่างที่เริ่มจากศูนย์จะต้องอาศัยความพยายามในการเริ่มต้นแทบทั้งสิ้น Juggling ก็เช่นเดียวกัน ในช่วงแรกๆ ของการฝึกผู้เล่นจะต้องทำลูกหล่นนับครั้งไม่ถ้วน หากต้องการจะโยนให้ได้ จะต้องมีความพยายามระดับหนึ่งทีเดียว และหากต้องการจะโยน Juggling ให้ได้ดี ให้ได้คล่องกว่าเดิม ก็จะต้องมีความพยายามในการฝึกเพิ่มขึ้นไปอีกครับ
- ความก้าวหน้า จากที่อาจารย์ได้เคยบอกไว้ว่าหากโยนท่าง่ายได้คล่อง ลูกไม่หล่นแล้ว แสดงว่าเราไม่ก้าวหน้าแล้ว จะต้องเล่นท่าที่ยากขึ้นไปเพื่อให้มีความก้าวหน้า ผมได้ค้นพบและประยุกต์ใช้กับหลายๆ อย่างในชีวิตแล้วครับ
2. ท่านชอบเนื้อหาหรือกิจกรรมใดมากที่สุด โปรดให้เหตุผล
ผมชอบเนื้อหาในเรื่องพลานุภาพแพร่งความคิด (The Power of Intersection) มากที่สุดเลยครับ เพราะเนื้อหาเรื่องนี้ทำให้ผมตื่นเต้นมาก ศาสตร์ต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วทำให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ทำให้สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น ความคิดนี้กระตุ้นให้ผมมีความอยากรู้อยากเห็นในศาสตร์อื่นๆ เพิ่มมากขึ้น นอกจากด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่กำลังศึกษาอยู่ ผมอยากนำความรู้หลายๆ ศาสตร์มาประยุกต์รวมกันในการแก้ไขปัญหาดูบ้าง ยังมีหลายคนที่ปิดกั้นความคิดที่เห็นว่าเรื่องของศาสตร์ตนเองจะต้องใช้เพียงศาสตร์ของตนเองแก้เท่านั้น แล้วมองศาสตร์อื่นว่าไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหานั้นเลย ผมอยากให้คนเหล่านั้นลองเปลี่ยนความคิดดูบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคอมพิวเตอร์ มิใช่มีความรู้ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่หากมีการนำความรู้ของศาสตร์อื่นๆ มาร่วมด้วยจะทำให้แก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้นได้อีกมาก ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมายแล้ว
3. ท่านคิดว่างานมอบหมายในวิชานี้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับวิชาอื่นโดยเฉลี่ย โปรดให้เหตุผล (อย่าลืมว่าวิชานี้ไม่มีการสอบ) มากกว่า เท่ากัน น้อยกว่า
น้อยกว่าครับ เพราะว่างานแต่ละชิ้นที่มอบหมายให้ทำ ไม่ได้ใช้พลังในการทำมากมายเลย อีกทั้งวิชานี้ก้ไม่มีการปิดกั้นความคิด ดังนั้นงานเหล่านั้นล้วนมาจากความคิด ความชื่นชอบส่วนตัวของคนๆ นั้นเองเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อทำงานในสิ่งที่ตนเองสนใจอยู่แล้ว ก็อยากจะทำและก็ย่อมทำได้ดีด้วย ผมชอบครับ ที่ได้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ และสิ่งต่างๆ ก็มาจากความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง อีกทั้งไม่มีคำว่าผิดอีกต่างหาก ซึ่งต่างจากวิชาอื่นๆ ที่เน้นงานที่ต้องทำตามสิ่งที่อาจารย์ต้องการ จะต้องออกมาตรงรูปแบบ หากไม่ตรงก็คือผิด
4. จงอ่านบทความเรื่อง ”บทเรียนจากเบิร์กเล่ย์” และเสนอกลยุทธ์ในการพัฒนาตนเองเพิ่มเติมอย่างน้อย 2 ข้อ
กลยุทธ์แรกคือ การอ่านหนังสือวันนิด ความรู้ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในหนังสือครับ แต่หนังสือในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือเรียนก็ได้นะครับ จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับด้านที่เราสนใจ หรือหนังสืออ่านเล่นก็ได้ มีประโยชน์หมดหากเรานำข้อคิดที่ดีจากการอ่านหนังสือเล่มนั้นมาใช้ได้ ข้อดีอีกอย่างคือจะทำให้เรามีความรู้กว้างขึ้น ไม่รู้แต่เพียงศาสตร์ของตนเองเท่านั้น ซึ่งจะทำให้สามารถนำความรู้มาจากหลายๆ ศาสตร์มาประยุกต์เข้าด้วยกันแล้วเกิดเป็นสิ่งใหม่ๆ ได้ครับ
กลยุทธ์ที่สองคือ คว้าความรู้เมื่อมีโอกาส หากมีการจัดสัมมนา หรือนิทรรศการต่างๆ ขึ้น แล้วเราได้มีโอกาสที่จะไปฟังได้ ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนั้นมาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย นั่นถือเป็นโอกาสที่ดีมาก แต่หากมีการเสียค่าใช้จ่าย หากไม่เกินฐานะก็ขอให้ลงทุนแลกกับความรู้หน่อยครับ
5. ท่านคาดว่าจะได้รับเกรดอะไร จงให้เหตุผลอย่างละเอียด
โดยส่วนตัวผมชอบเรื่องเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว เมื่อได้เรียนก็ยิ่งทำให้ได้ความรู้เพิ่ม มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือการเรียนได้มากเลยครับ ผมคาดว่าจะได้รับเกรด A ครับ เพราะผมเข้าเรียนวิชานี้อย่างสม่ำเสมอ ตรงเวลา ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน ยกมือทุกคาบ ทำกิจกรรมในห้องอย่างตั้งใจทุกครั้ง ส่งงานทุกชิ้น มีความกระตือรือร้นที่รู้ในเรื่องที่อาจารย์สอน นำความรู้ที่อาจารย์สอนมาปรับใช้ได้ อีกทั้งยังอัพเดท BLOG แม้จะขาดบ้างเป็นบ้างครั้ง แต่ทุกครั้งที่ทำก็ตั้งใจเล่าข้อคิดต่างๆ ที่ได้จากห้องเรียนและประสบการณ์ให้คนอื่นได้รู้
6. ถ้ามีวิชา Innovative Thinking II ท่านต้องการเรียนเนื้อหาอะไร
ถ้ามี(อยากให้มีนะครับ) ผมต้องการจะเรียนเนื้อหาเรื่อง “การอ่านเร็ว” ครับ อาจจะดูว่าไม่เกี่ยวกับ Innovative Thinking แต่ผมว่าจะมีส่วนช่วยมากทีเดียวหากเราอ่านเร็วขึ้น ความรู้ต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ ส่วนใหญ่จะอยู่ในหนังสือ ดังนั้นเมื่อเราอ่านเร็ว เราก็อ่านหนังสือได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม นั่นเท่ากับว่าเราได้ความรู้ใหม่ๆ เร็วขึ้น หลากหลายขึ้น เมื่อมีความรู้เพิ่มขึ้น ก็ย่อมจะมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นด้วยครับ
7. ถ้าท่านเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชานี้ ท่านจะตั้งคำถามอะไรและจะตอบอย่างไร
ผมจะตั้งคำถามว่า “คุณคิดว่าวิธีทั้งหมดที่เรียนมานำไปใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่ จงให้เหตุผลประกอบ” คำตอบคือ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ แน่ หากนำสิ่งที่ได้เรียนมาใช้จริงๆ คนส่วนใหญ่ก็เพียงแต่เรียนรู้เฉยๆ แต่ไม่นำไปปฏิบัติจริงซึ่งไม่ทำให้เกิดประโยชน์ครับ






ความเห็นล่าสุด