ครั้งนี้ผมจะมาเล่าถึงคนที่ผมชื่นชอบครับ คนแรกก็คือ Ludwig van Beethoven schillerpiano427354

“ลุดวิก ฟอน บีโธเฟน-Ludwig van Beethoven” (ค.ศ.1770-1827) เขาเกิดในครอบครัวยากจนในเมืองบอนน์ เยอรมนี พ่อเป็นนักดนตรี ตัวเขามีปู่ซึ่งเป็นนักร้องและขายเหล้าองุ่นอุ้มชูเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออก อายุ 10 ขวบ ปู่จากไป พ่อซึ่งขี้เมาและอารมณ์ร้าย ยิ่งโหดหนักขึ้น บีโธเฟนกลัวพ่อจนไม่กล้าเข้าหน้า ความกดดันทำให้เขาเป็นเด็กขี้อาย เก็บตัว และช่างคิด

ปีที่บีโธเฟนเกิด “วูล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท” นักดนตรีเอกของโลกมีชื่อเสียงกระฉ่อนทั่วยุโรปในฐานะนักดนตรีอัจฉริยะ พ่อของบีโธเฟนอยากให้ลูกชายมีชื่อเสียงอย่างโมสาร์ทบ้าง จึงจับเขาหัดไวโอลินตั้งแต่ 5 ขวบ เคี่ยวเข็ญให้ท่องจำ และให้ถือไวโอลินตลอดเวลา ยังบังคับให้เรียนออร์แกนและคลาเวียร์กับพื่อนนักดนตรีขี้เมาของพ่อด้วย ดึกดื่นแค่ไหน พ่อและเพื่อนพ่อจะลากเด็กชายบีโธเฟนลงจากเตียงให้เล่นไวโอลินและท่องบทเรียน ให้ฟัง ถ้าร้องไห้ ก็โดนตี

แม้อึดอัดคับข้องใจ แต่บีโธเฟนก็รักดนตรี และเก่งกาจขนาดสามารถแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกได้ในวัย 8 ขวบ ได้รับการต้อนรับเกรียวกราว พ่อจึงส่งลูกเข้าโรงเรียนให้เรียนวิชาดนตรีจริงจัง เขาได้เป็นผู้เล่นออร์แกนประจำโบสถ์ตั้งแต่อายุยังไม่เต็ม 12 อีกปีต่อมาก็แต่งเพลง ได้รับการพิมพ์โฆษณา และเริ่มแต่งเพลงสำหรับเปียโน

ค. ศ.1786 เดินทางไปเวียนนาและได้พบกับโมสาร์ท แม่ตายด้วยวัณโรคในปีเดียวกัน แม่ของบีโธเฟนเป็นยอดหญิง เพราะสามีขี้เมา เธอจึงลำบากแสนสาหัสดิ้นรนทำงานเลี้ยงครอบครัว หลังจากนั้นบีโธเฟนขอเป็นศิษย์ของไฮเดิ้น นักดนตรีเอก กระทั่งอายุ 25 เขาแต่งเพลงสำหรับเปียโนหลายเพลง อุทิศให้ไฮเดิ้น

บทเพลงของบีโธ เฟนแพร่หลาย ฐานะการเงินรุ่งเรือง ชื่อเสียงรุ่งโรจน์ ค.ศ.1800 ซิมโฟนี่หมายเลข 1 แสดงต่อสาธารณชนครั้งแรก แต่แล้ววันหนึ่งในปีต่อมา วัย 31 หูของคีตกวีเริ่มมีอาการผิดปกติ สุขภาพทรุดโทรมลง อย่างไรก็ตามเขายังแต่งเพลงตลอดเวลา ซิมโฟนี่หมายเลข 2-หมายเลข 7 เกิดในช่วงแสนเศร้านี้

อายุ 42 ปี ซิมโฟนี่หมายเลข 8 แต่งเสร็จยามที่เขาหูหนวกโดยสิ้นเชิงแล้ว 5 ปีต่อมาบีโธเฟนเริ่มแต่งซิมโฟนี่หมายเลข 9 แต่มาเสร็จสมบูรณ์ใน 6 ปีให้หลัง อายุ 54 ปี เขาออกกำกับวงเองในการบรรเลงซิมโฟนี่หมายเลข 9 หูไม่ได้ยินทั้งเสียงดนตรีและเสียงปรบมือสรรเสริญชื่นชมจากผู้ฟัง ความทุกข์จากโรคภัยบวกกับปัญหาเรื่องหลานชายที่เขาขอสิทธิเลี้ยงดูจนมีคดี ฟ้องร้องกับน้องสะใภ้ ทำให้สุขภาพย่ำแย่

เขาป่วยเป็นนิวมอเนีย ซมอยู่บนเตียงหลายเดือน พยายามแต่งซิมโฟนี่หมายเลข 10 แต่ไม่ลุล่วง บีโธเฟนจากไปด้วยวัย 57 ปี ในเย็นวันที่ 26 มี.ค.1827

อ้างอิงจาก http://writer.dek-d.com/faflute_band/story/viewlongc.php?id=134141&chapter=5

แน่นอนครับความสำเร็จของบีโธเฟนเป็นที่รู้จักของหลายๆ คน เขามีผลงานทางดนตรีที่โด่งดังทั่วโลกมากมาย

แต่เขาก็มีความล้มเหลวครับ นั่นคือในช่วงท้ายของชีวิตของเขา หูของเขาหนวกสนิท แทบจะไม่ได้ยินอะไรแล้ว แถมยังไม่ค่อยคบใคร และไม่มีใครคบอีกด้วยนะครับ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยัง “ไม่ย่อท้อ” เขายังคงแต่งเพลงที่ไพเราะออกมาได้อีกหลายเพลงครับ

คนที่ผมชื่นชอบคนถัดมาคือ อุซึมากิ นารุโตะ ครับ เป็นตัวละครเอกในการ์ตูนเรื่อง “นินจาคาถา” ครับ

131656_789211

สำหรับประวัติคงไม่กล่าวถึงนะครับเพราะคนที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้คงจะไม่เข้าใจครับ

ความสำเร็จที่ผมชื่นชอบในตัวนารุโตะคือ การไม่ละทิ้งเป้าหมายครับ ทุกครั้งที่นารุโตะฝึกวิชา เขาจะมีความมุ่งมั่น และทุ่มเทอย่างที่สุดที่จะฝึกให้สำเร็จ ทำให้เขาเป็นนินจาที่เก่งมากครับ

ส่วนความล้มเหลวของนารุโตะคือ นารุโตะโดนนินจาผู้ใหญ่เกลียดชัง เนื่องจากมีจิ้งจอกเก้าหางอยู่ในตัว ซึ่งจิ้งจอกเก้าหางนี้เคยทำลายหมู่บ้านจนพัง อีกทั้งนารุโตะยังเป็นเด็กกำพร้า แถมเขายังสอบเลื่อนขั้นนินจาไม่ผ่านอีกด้วย

และบุคคลที่ผมชื่นชอบคนสุดท้ายก็คือ วนิษา เรซ หรือ หนูดี ครับ

วนิษา เรซ หรือ หนูดี หญิงเก่งของไทย (อเมริกัน) วัย 30 ปี

  • จบปริญญาตรีเกียรตินิยมด้าน ครอบครัวศึกษา Family Studies มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ คอลเลจพาร์ค สหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาโทเกียรตินิยมด้านวิทยาการทางสมอง (Neuroscience) ในโปรแกรม Mind, Brain and Education มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา
  • ปัจจุบัน – เป็นผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านอัจฉริยภาพ (เพียงคนเดียวในไทย)
  • ผู้ชนะล้านที่ 15 รายการ “อัจฉริยะข้ามคืน”
  • ประธานกรรมการ บริษัท อัจฉริยะสร้างได้ จำกัด www.geniuscreator.com
  • ผู้อำนวยการโรงเรียนวนิษา www.vanessa.ac.th
  • เป็นผู้นำเสนอแนวคิด – คนทั่วไปก็สร้างและฝึกฝนให้เป็นอัจฉริยะได้เช่นกัน – เขียนหนังสือ “อัจฉริยะสร้างได้”

อ้างอิงจาก http://women.sanook.com/dreammodel/women/women_42610.php

ความสำเร็จของหนูดีคงจะไม่พ้นเรื่องการเรียนครับ เธอเป็นคนที่มีการเรียนดี มีวิธีเรียนที่ดี แต่เธอก้ไม่ได้เรียนอย่างเดียวนะครับ ยังมีเวลาว่างที่จะไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้อีก เธออาจจะเป็น role model ให้กับอีกหลายๆ คนในเรื่องการเรียน หากได้อ่านหนังสือที่เธอเขียน ก็จะรู้เทคนิคหลายๆ อย่างเกี่ยวกับวิธีการเรียนครับ

ส่วนความล้มเหลวของเธอนั้น ผมยังไม่เห็นเลยครับ แต่เธอได้พูดถึงเรื่องความล้มเหลวเชิงบวกไว้ด้วยในหนังสือของเธอ ผมเชื่อว่าทุกคนจะต้องมีคามล้มเหลวครับ เพียงแต่ผมไม่รู้เท่านั้นครับว่าเธอมีความล้มเหลวอะไร

ลองไปหาอ่านหนังสือของหนูดีกันนะครับ ผมว่านำมาใช้ในการเรียนได้เป็นอย่างดีครับ